It's not just a piece of cake: เค้กแต่งงาน พิธีกรรม และความอุดมสมบรูณ์ (ตอนที่ ๑)


หรืออย่างน้อยเคยคิดบ้างมั้ยว่า บ่าวสาวในงานจะทำการตัดเค้กไปเพื่ออะไร ในเมื่อก็ไม่ได้มาแบ่งให้เรากินซักกะติ๊ด ฮ่าๆๆๆ

อันที่จริงแล้วเค้กในงานแต่งงาน มีนัยยะ และบริบทต่อพิธีการในงานแต่งงานของวัฒนธรรมตะวันตกเป็นอย่างมาก อาจคิดเทียบง่ายๆก็เหมือนกับการที่บ้านเราต้องมีการเลือกกล้วยอ้อยที่ดี ตรงขนบรูปแบบ เพื่อเป็นสื่อแทนอำนวยอวยพรให้กับการใช้ชีวิตคู่ของบ่าวสาว

ดังนั้นในเมื่อเรารับเอาประเพณีและรูปแบบงานแต่งงานแบบตะวันตกมาใช้ เต้ก็เลยอยากแบ่งปันที่มาที่ไปของเค้กแต่งงานไว้ให้เพื่อนๆได้มีความเข้าใจ หรืออินกับการมีอยู่ของเจ้าเค้กเหล่านี้

จริงแล้วเค้กมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ในสมัยยุคโรมัน แต่ตอนนั้นเค้าจะใช้ข้าวสาลีมาทำเป็นขนมปังก้อนๆแทน โดยเจ้าบ่าวจะทำการหักขนมปังครึ่งท่อนบนศรีษะของเจ้าสาว เพื่อเป็นการบอกถึงการเป็นผู้ครอบครองพรหมจรรย์ และแสดงอำนาจความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าฝ่ายหญิง(อย่างงี้ตลอดอ่ะผู้ชายยุคโบราณ ๕๕๕)ส่วนเศษขนมปังที่เจ้าบ่าวหักไว้ ก็จะเก็บไว้แจกแขกเรื่อเพื่อแทนสัญญะของความโชคดีและมั่งคั่ง

พอต่อๆมาในยุคกลาง ชาวตะวันตกเปลี่ยนมาใช้ขนมปังหรือขนมอบอย่างบิสกิตและscones เอามาวางซ้อนๆทับกันให้มันสูงๆ แล้วก็ให้บ่าวสาวที่ยืนคนละฝั่งจูบกันข้ามกองขนมที่เทินไว้สูงๆ โดยเชื่อว่าหากจูบกันได้สำเร็จโดยที่กองขนมไม่ล้ม หรือไม่แตะโดนส่วนบนของกองขนมนั้น ก็จะทำให้บ่าวสาวมีลูกหลานเต็มบ้าน และโชคดี แต่เท่าๆที่อ่านมา อันนี้ไม่ค่อยฮิตนะเมื่อก่อนมันก็เลยจางหายไป

ช่วงศตวรรษที่ ๑๗,๑๘ ก็เริ่มเปลี่ยนมาทำ minced pie เป็นพายไส้หวานหรือบางทีก็ใช้เนื้อลูกแกะ โดยเค้าจะเอาแหวนซ่อนไว้ในพายถ้าแขก(สาวโสด)คนไหนได้กินชิ้นที่มีแหวน ก็จะมีธรรมเนียมที่ฮามากเลยคือให้เอากลับไปไว้ใต้หมอนที่บ้าน เพื่อที่ว่าจะได้ฝันเห็นสามีตัวเองในอนาคต! (ตอนแรกเต้เองก็แอบฮาตรงที่เอามาไว้ใต้หมอนนี่ละ) เออแล้วคนที่เจอนี่ก็ประมาณว่าจะได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้ ที่ชัดๆเลยจุดเริ่มต้นของรูปแบบเค้กนั้น ไม่ใช่แบบเค้กขาวสวยๆที่เราคุ้นตา โดยตัวเค้กเองทำหน้าที่แทนความอุดมสมบรูณ์ ความโชคดี และพรหมจรรย์

เพราะสื่อแทนพรหมจรรย์ ความบริสุทธิ์ ก็เลยเป็นที่มาของเค้กสีขาว แต่ประเด็นคือเมื่อก่อนนี่น้ำตาลทั้งแพงทั้งหายาก แต่ด้วยการนำเทรนของเจ้าหญิงวิคตอเรียของประเทศอังกฤษ ที่ใช้เค้กแต่งงานเป็นสีขาวก้อนใหญ่ คือไอสีขาวของเค้กสมัยก่อนที่ได้นี่ก็คือการเอาน้ำตาลไอซิ่งมาโรยบนตัวขนมปังอบ แล้วที่นี่ก็เอาเค้กมาซ้อนชั้นสูงๆ แบบจูบข้ามกันมันดูยากลำบากไป ชาวฝรั่งเศสเค้าก็เลยคิดการทำชั้นวางเค้กซ้อนๆขึ้นไป โดยยิ่งเค้กสูงหลายชั้น ยิ่งเวอวังมาก ก็แสดงว่านี่ละเค้กของคนชนชั้นสูงประมาณนั้น ความสูงของชั้นนอกจากจะบอกฐานันดรของแม่งานแล้ว ยังเป็นสื่อแทนการนำโชคให้มีลูกหลานเยอะๆอีกด้วย

เค้กเป็นเหมือนพรอันมงคลในพิธีแต่งงานแบบตะวันตก วิธีการตัดเค้กแฝงเอาความเชื่อที่น่ารักและอบอุ่นไว้มากมาย การตัดเค้กเชื่อมแทนคำสัญญาของชายหนุ่มและหญิงสาว โดยทั้งสองต้องร่วมตัดเค้กจากชั้นบนจดจรดจนถึงฐานล่างของเค้ก เพื่อสื่อแทนคำสัญญาที่จะฝ่าฟันชีวิตคู่ไปด้วยกันตราบนานเท่านาน โดยในระหว่างการเดินทางของชีวิตคู่ในอนาคตนั้น ฝ่ายชายกุมมือประคองฝ่ายหญิงตัดเค้กแทนคำสัญญาที่จะปกป้องดูแลฝ่ายหญิง โดยการยอมให้ฝ่ายชายกุมมือไว้ของฝ่ายหญิงนั้น แทนการยอมรับมอบตัวตนว่าจะเป็นผู้ดูแลสามีและครอบครัวในอนาคตไว้อย่างดี (โดยไทยสไตล์เราก็นิยมชมชอบที่จะเชียร์ว่าผู้หญิงต้องอยู่เหนือผู้ชายซะงั้น ความมุ้งมิ้งแบบเดิมๆมันก็เลยเป็นมุขตลกขำขันแทนไป)

พอตัดเค้กเสร็จ ฝ่ายชายจะต้องป้อนเค้กให้กับฝ่ายหญิงก่อนที่ฝ่ายหญิงจะสลับไปป้อนฝ่ายชายต่อไป พิธีการป้อนเค้กแทนการมอบคำสัญญา ความปรารถนาดีที่มีต่อกันและกัน เพราะเค้กคือสัญญะมงคล ที่จะอำนวยอวยพรให้คู่รักมีความอุดมสมบรูณ์ มั่งคั่ง และอบอุ่น

เต้ว่าถ้าเรารู้นัยยะของการมีอยู่และเนื้อหาของเค้กซักนิด สายตาทุกคู่ในงานแต่งงานก็คงจะอินไปกับคู่รัก แล้วตัวคู่รักเองก็คงอิ่มเอมใจที่ได้ทำพิธีตัดเค้กง่ายๆนี้ได้อย่างไม่รู้ลืมเช่นกัน

แต่ก็นะเค้กสำหรับค่านิยมบ้านเราที่ไม่ค่อยอิ่มเอมกับสุนทรียในศิลปะ ไม่สนว่ามันจะมีมาตั้งทำไม ไม่สนแม้ว่าแขกจะกินไปทำไม เราเห็นว่าเค้กเป็นแค่พร๊อบถ่ายรูป เราก็เลยใช้พลาสติกดาดๆ มาทำวางตั้ง ถ่ายรูปแชะ จบ! มันก็เลยอินกันคนละแบบ ๕๕๕

เค้กจะถูกตัด ในช่วงท้ายสุดของงาน เป็นขนมที่กินลื่นคอเข้าได้ดีกับแชมเปญ มันเลยมาคู่กันกับโต๊ะแชมเปญ (ไม่ใช่ว่าไว้เป็นแค่พร๊อบอีกเช่นกัน)เค้กที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย และผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของความรัก จึงเป็นของมงคล ที่บ่าวสาวต้องแจกจ่ายให้แขกในงานได้ทานกันอย่างทั่วถึง ชาวตะวันตก ถึงกับต้องส่งเค้กไปให้กับแขกที่ไม่สามารถไปร่วมงานได้ ไปให้ที่บ้าน เพื่อเป็นการส่งความปรารถนาดี ความโชคดีและศิริมงคลให้กันและกัน

ถ้าเค้กซักก้อนสองก้อนมันจะเติมเต็มความรู้สึกให้งานแต่งงานครั้งเดียวของชีวิตขนาดนี้ คงน่าสงสารมันที่จะถูกแปลงโฉมหรือตีค่าเป็นแค่พลาสติกที่มีฝุ่นเกาะเก่าใช้ซ้ำๆ อย่าใช้มันเป็นแค่พร๊อบถ่ายรูปเลยนะคะ ทำเค้กออกแบบเค้กก้อนเก๋ๆ รสละมุนๆ ไว้ในงานแต่งงานของคุณดีกว่า

แล้วเดี๋ยวบทความหน้าเต้จะหาเทรนด์เค้กชิคๆ มาแบ่งปันให้อ่านกัน

#เคกแตงงาน #Wedding #cake #history #ritual